ข้ามไปที่เนื้อหา

A13 · farm EA และกระจาย portfolio

▶ clip: https://youtu.be/hxrd17RZHuQ

จบบทนี้แล้วทำได้:

  • แยกได้ว่า farm EA (EA ตัวเดียวหลายบัญชี) กับการกระจายกลยุทธ์ต่างกันยังไง และ n จริงของ farm คือเท่าไร
  • วัด correlation ของ R รายวันระหว่างสองขาได้ถูกวิธี และรู้ว่าเกณฑ์ 0.30 ใช้ตรงไหน
  • ตัดสินพอร์ตด้วยตัวคูณทุนที่ drawdown เท่ากัน ไม่ใช่ผลตอบแทนที่ risk เท่ากัน และไม่ใช่อัตราส่วน
  • คำนวณทุนขั้นต่ำที่คุ้มค่า run และผลตอบแทนต่อเดือนที่คาดได้ จากสูตรที่ใส่ต้นทุนของตัวเอง

ต้องมีก่อน: จบ A1–A12 · มี EA ที่ผ่านด่านอย่างน้อยสองตัว (หรือใช้รายงาน backtest ตัวอย่างใน kit)

ผู้เรียน Standard: ดูบทนี้เป็นบทเสริมหลังจบ S8 ได้ · คำที่ยังไม่ได้เรียนใน Standard อธิบายไว้ใน Advanced: prereg (A1) · ledger (A6) · drawdown p95 (A7)

ชื่อ EA ในบทนี้ใช้ EA-A, EA-B (ตัวเดียวกับ A5–A11) และ EA-C, EA-D (เพิ่มในบทนี้)


1 · งานค้นคว้าให้อะไรกับพอร์ต

A13-1

ตลอด Advanced เราคัด EA ทีละตัว ทุกด่านถามคำถามเดียว: ตัวนี้มี edge จริงไหม บทนี้ถามต่อ: ถ้ามีหลายตัวที่ผ่าน เอามา run พร้อมกันแล้วได้อะไร

  • ไม่มี EA ตัวไหนชนะทุกสภาพตลาด และ filter หลบช่วงที่ไม่ถนัดที่เคยลองมา ขาดทุนทุกแบบ
  • ทางที่เหลือคือ run หลายกลยุทธ์ที่แพ้คนละช่วง วันแย่ของตัวหนึ่งจะได้ไม่ใช่วันแย่ของอีกตัว
  • ขาที่มีค่าที่สุดของพอร์ตไม่จำเป็นต้องกำไรสูงสุด แต่เป็นขาที่แพ้คนละวันกับขาที่มีอยู่แล้ว

2 · farm EA ไม่ใช่การกระจายความเสี่ยง

A13-2

farm EA คือ EA ตัวเดียวกัน run หลายบัญชี หลาย VPS หลาย broker ดูเหมือนกระจาย แต่ไม่ใช่

ข้อเท็จจริง แปลว่า
EA-B run 9 บัญชี ยิง trade ชุดเดียวกันวินาทีเดียวกัน · 14 วันมี 6 ชุด n จริง = 6 ไม่ใช่ 6 × 9
EA เดียวกันข้าม broker correlation ≈ +1 วันแพ้ แพ้พร้อมกันทุกบัญชี
ชุดวันที่ 6 ต.ค.: 7 บัญชีเสีย 4.5–6.2% · อีก 2 บัญชีเสีย 13.7% และ 14.2% (order 3 ใบชน SL ก่อน EA ปิด) สิ่งที่ farm คูณจริงคือความต่างของต้นทุนราย broker

farm ช่วยเรื่องขนาดและความต่อเนื่องของระบบ ส่วนการกระจายความเสี่ยงต้องมาจากกลยุทธ์ที่ต่างกัน

3 · วัดว่ากลยุทธ์ต่างกันจริงไหม

A13-3

ชื่อต่างกันไม่ได้แปลว่ากลยุทธ์ต่างกัน ต้องวัดสามขั้น:

  1. ยุบ R เป็นรายวัน — trade วันเดียวกันโดนตลาดชุดเดียวกัน
  2. เติมศูนย์ทุกวันที่ขาใดขาหนึ่ง trade — ห้ามใช้เฉพาะวันที่ทับกัน เพราะวันที่ขาหนึ่งอยู่เฉย ๆ คือวันที่มันช่วยลดความเสี่ยงจริง
  3. คิด correlation ของ R รายวัน — เกณฑ์ < 0.30
คู่ rho (ทุกวัน) rho (เฉพาะวันที่ยิงพร้อมกัน) ผล
EA-A ↔ EA-B −0.10 ถึง +0.11 −0.25 ถึง +0.17 ผ่าน · ไม่เกี่ยวกันจริง ไม่ใช่แค่ trade คนละวัน
EA-D ↔ EA-B (ตระกูลเดียวกัน วางกรอบ pending บนทอง) +0.35 ถึง +0.41 — ตก

กลไกที่ต่างกันสำคัญกว่าชื่อที่ต่างกัน · check ตระกูลก่อน ไม่ใช่มารู้หลังเห็นผล

4 · ผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นมาจากไหน

A13-4

รวมพอร์ตแล้วกำไรไม่ได้เพิ่มเอง ที่ risk ต่อ trade เท่ากัน พอร์ตผสมได้น้อยกว่าขาเดี่ยวที่ดีที่สุด

ปี 2025 · Exness · risk 1% ตัวคูณทุน drawdown
EA-B ตัวเดียว ×2.31 13%
EA-A + EA-B ครึ่งต่อครึ่ง ×1.75 6%

สิ่งที่การกระจายให้คือที่ว่างของ drawdown แล้วเอาที่ว่างนั้นไปเพิ่มขนาด trade จนกลับมาที่ drawdown เดิม พอเทียบที่ drawdown p95 = 20% เท่ากัน พอร์ตผสมชนะขาเดี่ยวที่ดีที่สุด 9/9 ช่องที่วัด · ปี 2025 ชนะ 11–55%

เกณฑ์ตัดสินพอร์ตใน prereg จึงต้องเขียนว่า ตัวคูณทุนที่ drawdown เท่ากัน ไม่ใช่ผลตอบแทนที่ risk เท่ากัน

5 · ตัวเลขนั้นยังไม่ใช่เงินจริง

A13-5

ตัวคูณในข้อ 4 คิดจากสูตรที่ทบต้น R รายวัน เร็วและสะดวก แต่ต้อง check กับการ run จริงที่ risk นั้นเสมอ

risk สูตร run จริง ห่าง
1% ×3.82 ×3.06 สูตรสูงเกิน 25%
3% DD 21.8% DD 40.67% สูตรต่ำไปเกือบครึ่ง
5% — EA-B เปิดค้าง 126% ของทุน ด้วย order แค่ 8 ใบ
7% — EA-B ล้างบัญชีทั้งสอง broker · เหลือ −0.35 จากทุน 10,000 ในวันเดียว

สูตรบอกทิศทางได้ แต่บอกขนาดที่ปลอดภัยไม่ได้ · ห้ามลากเส้นตรงจาก risk ต่ำไป risk สูง · จะเพิ่มขนาดตามที่ว่างที่ได้มา ต้อง run จริงที่ risk นั้นทุกขาก่อนใช้

6 · ตัดสินด้วยเงินทบต้น ไม่ใช่อัตราส่วน

A13-6

EA-A ผสม EA-C บนสาม broker:

broker ΣR ÷ DD (อัตราส่วน) เงินทบต้น
1 +1% −25%
2 +12% −40%
3 +63% +39%

ผลรวม R เป็นการบวก แต่เงินคูณกัน · EA-C แกว่งรายวัน 2.4–3.7 R ส่วน EA-A แกว่ง 0.6–0.9 R · สองสายที่ ΣR เท่ากัน สายที่แกว่งกว่าได้เงินน้อยกว่าเสมอ — volatility drag · อัตราส่วนมองไม่เห็นมัน ถ้าต้องรายงานอัตราส่วน ให้วางตารางเงินทบต้นไว้ข้างกันทุกครั้ง

7 · น้ำหนักและการ rebalance

A13-7

ในพอร์ต EA น้ำหนัก = risk ต่อ trade ของแต่ละขา (หรือทุนที่ให้แต่ละบัญชี)

  1. ใช้น้ำหนักชุดเดียวกับทุก broker — ไล่หาน้ำหนักที่ดีที่สุดราย broker คือการ fit ซ้ำบนข้อมูลชุดเดิม และต้องนับเป็นการทดสอบเพิ่มใน ledger
  2. ดูว่าวิธีถ่วงทำอะไรกับข้อมูล — risk parity (น้ำหนัก ∝ 1 ÷ ความแกว่ง) โยน 76% ให้ EA-D เพียงเพราะ backtest ของมันใช้ lot 0.01 คงที่บนทุน 10,000 ความแกว่งจึงเล็กโดยบังเอิญ และต้องใช้ leverage 8–11 เท่าถึงจะถึง drawdown เป้า → รายงานน้ำหนักเท่ากันคู่ไว้เสมอ
  3. rebalance = ดึงน้ำหนักกลับมาที่ค่าที่ตั้งไว้เมื่อพอร์ตไหล (ขาที่กำไรจะโตจนกินสัดส่วนเกิน)
  4. เขียนกติกาใน prereg ก่อน: ปรับเมื่อไร (ทุกเดือน หรือเมื่อสัดส่วนเบี้ยวเกินเท่าไร)
  5. backtest กติกานั้นทั้งชุด
  6. ห้ามเพิ่มน้ำหนักให้ขาที่เพิ่งชนะ — นั่นคือการเลือกจากผลล่าสุด สิ่งเดียวกับที่ prereg มีไว้กัน

8 · ต้นทุนการ run

A13-8

ต้นทุนต่อ trade (spread + slippage) กิน E[R] ตรง ๆ · EA-A มี edge ใน backtest +0.09 ถึง +0.32 R ต่อ trade

broker slippage median ÷ SL (บัญชีจริง)
Axi 0.00
Inter 0.09
IC 0.15
Exness 0.19
CXM 0.38
VT 0.39

สอง broker ท้ายกิน edge หมด · Inter กับ VT run signal เดียวกัน 15 trade เท่ากัน ผลต่าง 8.7 R → เลือก broker สำคัญกว่าจูน parameter · slippage เกิน 0.3 R = ย้าย broker ไม่ต้องจูน

ต้นทุนคงที่ (เช่นค่า VPS) ไม่ขึ้นกับขนาดบัญชี:

ทุนขั้นต่ำ = ต้นทุนคงที่ต่อเดือนต่อบัญชี ÷ (risk ต่อ trade × E[R] สุทธิ × จำนวน trade ต่อเดือน)

ใส่ราคา VPS ของตัวเอง · E[R] สุทธิอยู่ในตัวหาร ถ้า slippage กินจนเหลือศูนย์ ทุนเท่าไรก็ไม่คุ้ม · แตกบัญชีเพิ่มใน farm = เพิ่มต้นทุนคงที่ โดยไม่เพิ่ม edge

9 · ผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้

A13-9

ผลตอบแทนต่อเดือน (ก่อนทบต้น) ≈ risk ต่อ trade × E[R] สุทธิ × จำนวน trade ต่อเดือน
E[R] สุทธิ = E[R] จาก backtest − slippage ของ broker ที่จะใช้จริง

ของพอร์ตคือผลรวมทุกขาตามน้ำหนัก · ตัวเลขนี้คือเพดาน ไม่ใช่คำสัญญา ของจริงมักต่ำกว่าด้วยสามเหตุ:

  1. EA ที่ชนะการคัดจากหลายตัว มักดูดีใน backtest เกินของจริง
  2. สูตรทบต้นมองโลกดีเกิน 10.6–25% แม้ที่ risk 1%
  3. risk ยิ่งสูง order ที่เปิดค้างพร้อมกันยิ่งบาน แบบไม่เป็นเส้นตรง

ต้องรอนานแค่ไหน: ถ้า edge จริงเท่า backtest EA-B ต้องมี 51–68 วันที่มี trade (ราว 4.5–6 เดือน) · edge หดเหลือครึ่ง = นานขึ้น 4 เท่า

ขาใหม่ที่จะเข้าพอร์ต ต้องผ่านด่านเดียวกับขาเดิมครบ · ไม่ซ้ำตระกูลกับขาที่มีอยู่ · เทียบกับพอร์ตเดิม ไม่ใช่กับขาเดี่ยว

ทวนท้ายบท

A13-Q

  1. run EA ตัวเดียวกันบน 10 บัญชี n ที่ใช้ตัดสินเพิ่มเป็น 10 เท่าไหม
  2. พอร์ตผสมได้เงินน้อยกว่าขาเดี่ยวที่ risk เท่ากัน แปลว่าผสมแล้วแย่ลงไหม
  3. E[R] +0.2 R บน broker ที่ slippage 0.38 R คาดผลตอบแทนเท่าไร
เฉลย
  1. ไม่ n เท่ากับจำนวนชุด signal เหมือน run บัญชีเดียว สิ่งที่เพิ่มคือความต่างของต้นทุนราย broker
  2. ยังบอกไม่ได้ ต้องเทียบที่ drawdown เท่ากัน และขนาดที่เพิ่มต้อง run จริงก่อนใช้
  3. E[R] สุทธิติดลบ ไม่ว่าทุนเท่าไรหรือกี่บัญชี